โฉนดครุฑแดงปะทะ นสล.เดือด! สองยายเพชรบูรณ์โต้ “ออกทีหลังแต่สิทธิ์มาก่อน” หลัง อบต.อ้างโฉนดใหม่กว่าจึงคัดค้าน สุดท้ายส่อจบที่ศาล
ปมพิพาทที่ดินระหว่าง “โฉนดครุฑแดง” กับ “นสล.” ทวีความตึงเครียด หลังการลงพื้นที่รังวัดล่าสุดเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 เกิดข้อโต้แย้งรุนแรงระหว่างเจ้าของที่ดินและเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะประเด็น “ลำดับการออกเอกสารสิทธิ์” ที่กลายเป็นหัวใจของข้อพิพาทครั้งนี้
ภายหลังการพูดคุยในพื้นที่ระหว่างเจ้าของโฉนดกับเจ้าหน้าที่ที่ดิน และนายช่างขององค์การบริหารส่วนตำบลวังโบสถ์ ฝ่ายนายช่าง อบต.ได้อ้างว่า “โฉนดออกภายหลัง นสล.” จึงใช้เป็นเหตุผลในการยื่นคัดค้านการรังวัดในวันเดียวกัน สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ถือครองโฉนดทั้งสองรายอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายเจ้าของที่ดินยืนยันว่า แม้โฉนดจะออกภายหลังในทางเอกสาร แต่สิทธิการครอบครองที่แท้จริงมีมาก่อน โดยเป็นที่ดินมรดกตกทอด และมีหลักฐานเป็นใบ ภทบ.5 พร้อมทำกินต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2504 ซึ่งถือเป็นข้อเท็จจริงเชิงประวัติการใช้ประโยชน์ที่ยาวนานหลายสิบปี ก่อนจะได้รับการออกโฉนดในภายหลังตามกระบวนการของรัฐ
ข้อโต้แย้งดังกล่าวสะท้อนช่องว่างสำคัญระหว่าง “ลำดับเอกสาร” กับ “สิทธิการครอบครองโดยพฤตินัย” ซึ่งยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการออกเอกสารสิทธิ์คนละประเภททับซ้อนกัน
ด้านเจ้าหน้าที่ที่ดินได้ให้ข้อมูลในพื้นที่ว่า หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงแนวเขตกันได้ในขั้นตอนนี้ กระบวนการต่อไปจะต้องเข้าสู่การพิจารณาของศาล เพื่อให้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่และผู้ติดตามสถานการณ์ต่างจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกรณีนี้อาจกลายเป็น “บรรทัดฐานสำคัญ” ในการชี้ชะตาความขัดแย้งระหว่างโฉนดที่ดินกับเอกสารสิทธิ์ประเภทอื่นในอนาคต
สำหรับสองผู้สูงอายุเจ้าของโฉนด ยังคงยืนยันจะเดินหน้าปกป้องสิทธิของตนอย่างถึงที่สุด พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐดำเนินการอย่างโปร่งใส รอบคอบ และยึดหลักความเป็นธรรม เพื่อไม่ให้ประชาชนผู้ถือครองที่ดินโดยสุจริตต้องสูญเสียสิทธิจากกระบวนการที่คลุมเครือ
สถานการณ์นี้จึงไม่ใช่เพียงข้อพิพาทเฉพาะราย แต่เป็นภาพสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของการจัดการที่ดินไทย ที่ยังต้องการคำตอบชัดเจนว่า “สิทธิที่แท้จริง” ควรยึดโยงกับอะไร ระหว่าง “เอกสาร” หรือ “การครอบครองที่ต่อเนื่องยาวนาน” และคำตอบสุดท้ายอาจต้องรอให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด











