เพชรบูรณ์เร่งเครื่องแก้แล้ง–รับมือน้ำหลาก! เปิดเวทีฟังเสียงประชาชนอ่าง “ห้วยยาง” เดินหน้าศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ณ หอประชุมเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ กรมชลประทานจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 (ปัจฉิมนิเทศโครงการ) ภายใต้โครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม อ่างเก็บน้ำห้วยยาง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบูรณ์ ควบคู่กับโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำยา โดยมีนายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุม ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

ในการกล่าวเปิด รองผู้ว่าฯ ย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนของการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก ซึ่งประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก ขณะเดียวกันยังเผชิญอุทกภัยในช่วงน้ำหลาก โดยชี้ว่าแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงให้พิจารณาพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำตอนบนของลุ่มน้ำป่าสัก เพื่อใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรและลดความรุนแรงของน้ำหลาก

กรมชลประทานจึงเดินหน้าศึกษาโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดกลางเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์หลายแห่ง โดย “อ่างเก็บน้ำห้วยยาง” อำเภอวิเชียรบุรี และ “อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำยา” อำเภอหล่มเก่า ถือเป็นโครงการสำคัญในแผนดังกล่าว ซึ่งได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม ใช้ระยะเวลาดำเนินงานรวม 540 วัน และขยายเวลาถึงเดือนพฤษภาคม 2569

สาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ เป็นการนำเสนอผลการศึกษาในทุกมิติ ทั้งรูปแบบโครงการ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามผลกระทบ โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนแสดงความคิดเห็นอย่างรอบด้าน เพื่อนำไปปรับปรุงรายงาน EIA ให้ครบถ้วนและรอบคอบที่สุด

โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยยาง มีเป้าหมายหลักเพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและการเกษตร แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งช่วยชะลอน้ำและบรรเทาอุทกภัยในช่วงฤดูน้ำหลาก ซึ่งถือเป็นปัญหาเรื้อรังของพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก

ที่ผ่านมา โครงการได้ดำเนินกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปฐมนิเทศโครงการ การประชุมกลุ่มย่อย และการลงพื้นที่เก็บข้อมูลเชิงลึก ก่อนมาถึงเวทีปัจฉิมนิเทศในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนสรุปรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม

เวทีครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการ “แจ้งข้อมูล” แต่เป็นการ “เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีเสียง” ต่อโครงการขนาดใหญ่ที่อาจเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตในอนาคต โดยข้อคิดเห็น ข้อกังวล และข้อเสนอแนะทั้งหมด จะถูกนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อให้การพัฒนาเกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างยั่งยืน.

ชุลีพร ตาลสุข ข่าวภาค4 เพชรบูรณ์