ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตรวจสอบ. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. กำหนดให้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชนและโดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะหรือการเดินทาง ที่อาจเป็นอันตรายแก่สตรี และเด็ก ชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบนครบาลได้ตรวจสอบพบคดีแอบลวนลามหญิงสาวขณะอยู่ในลิฟท์รถไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2567 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก สส.ฯ, พ.ต.อ.อรรชวศิษฎ์ ศรีบุญยมานนท์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.วิโรฒ จนุบุษย์ และ พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.สส.3ฯ ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.วรุตม์ คำหล้า สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พร้อมด้วย ร.ต.อ.พิชชากร กองสวัสดิ์, ร.ต.อ.พงศธร อารีย์ รอง สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.ชุดปฏิบัติการที่ 3 ดำเนินการได้จับกุมตัว

นายชุมพร อายุ 34 ปี ที่อยู่ ม.7 ต.หนองสะโน อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานีบุคคลตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 1242/2567 ลงวันที่ 26 มีนาคม 2567
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี โดยการใช้กำลังประทุษร้าย ต่อหน้าธารกำนัล”
จับกุมได้ที่ บริเวณหน้าห้อง หอพักซ.กิ่งแก้ว 28 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

พฤติการณ์ ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เดินทางรถไฟฟ้าบีทีเอส จากสถานีสยาม มาลงที่สถานีบีทีเอสราชเทวี หลังจากนั้นได้ไปต่อแถวลงลิฟท์ของรถไฟฟ้า เพื่อลงไปยังชั้น 1 โดยผู้แจ้งต่อแถวเป็นคนแรกและมีนักท่องเทียวชาวญี่ปุ่นต่อแถวอีกประมาณ 3-4 คน ขณะเมื่อลิฟท์เปิดออกผู้แจ้งได้เห็นนายชุมพร (ทราบชื่อภายหลัง) ยืนอยู่ภายในลิฟท์อยู่ก่อนแล้ว แล้วไม่ยอมออกไปนอกลิฟท์ โดยนายชุมพรฯ ยืนอยู่ด้านในลิฟท์และผู้แจ้งจึงได้เดินเข้าไปในลิฟท์และยืนอยู่มุมคนละฝั่งกับนายชุมพรฯ ในขณะอยู่ในลิฟท์มีคนมาจับสะโพกจากด้านหลัง(ในลักษณะโอบจับจากด้านหลัง) จึงได้หันกลับไปดู ก็พบนายชุมพรฯ ยืนอยู่ด้านหลังผู้เสียหาย เมื่อออกจากลิฟท์มาแล้วผู้แจ้งจึงได้แจ้งเหตุดังกล่าวให้กับทางพนักงานรักษาความปลอดภัยของรถไฟฟ้าบีทีเอสทราบพร้อมกันนั้นได้แจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.พญาไท ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุจึงได้แจ้งรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ต่อมาภายหลังเจ้าหน้าที่ของรถไฟฟ้าบีทีเอสแจ้งให้ผู้แจ้งทราบว่านายชุมพรฯอยู่ในลิฟท์มาประมาณ 1 ชั่วโมงแล้ว การกระทำของนายชุมพร ทำให้ผู้แจ้งได้รับความเสียหาย จึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.พญาไท
.
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นคนอุบลราชธานี แต่ตนไปไปเกิดที่ จ.ชุมพร จนถึงอายุ 25 ปี แล้วเข้ามาทำงาน เป็นช่างไฟฟ้าใน กทม. หลักจากนั้นมีแฟน คบกันมา 6 ปี แต่ตนเป็นคนที่ชอบดื่มสุราขาวเป็นอาจิน แฟนสาวจึงขอร้องให้ตนเลิกสุรา แฟนสาวหอบเสื้อผ้าทิ้งตนไป ตนได้โสดมาเป็นเวลา 4 ปี วันเกิดเหตุหลังเลิกงาน ตนได้ดื่มสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานเสร็จ เดินทางกลับที่พัก ได้ขึ้นลิฟท์ของสถานีบีทีเอส แต่ตนอยู่ในลิฟท์ ประมาณ 1 ช.ม. จากนั้นจำไม่ได้เนื่องจากเมาเหล้า รู้ตัวอีกทีอยู่ในห้องขัง
.
จากการตรวจสอบประวัติคดี พบว่า
เมื่อปี 2561 เคยถูกจับในคดีเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 สภ.บางปู จากนั้นได้นำส่ง พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีต่อไป
.
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ขอเตือนภัยโดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้า หรือรถสาธารณะคนเดียว ให้ระมัดระวัง มีสติ ไม่ประมาท ถ้าเกิดเหตุต้องพยายามสังเกตุจดจำตำหนิรูปพรรณคนร้าย โดยหากถูกลวมลามไม่ว่าจะด้วยการกระทำแบบไหน คำพูด การแตะจับ ถูไถ ให้ท่านร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ หรือเรียกตำรวจเพื่อให้คนร้ายตกใจ หยุดการกระทำ ตั้งสติแอบถ่ายรูปและคลิปของคนร้ายไว้ จากนั้นให้รีบโทรแจ้งตำรวจ และแจ้งเจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้ที่สุด