เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2569 โดยมีนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยานายกรัฐมนตรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ดร.เสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนเข้าร่วมพิธี โดยพิธีได้เริ่มขึ้นในเวลา 09.39 น. นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ อัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชาจากวัดไตรภูมิขึ้นประดิษฐานบนเรือ เพื่อแห่องค์พระล่องทวนกระแสน้ำไปยังท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร ก่อนเข้าสู่พิธีอุ้มพระดำน้ำตามโบราณประเพณี ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของงานประเพณีประจำปีที่ชาวเพชรบูรณ์ยึดถือสืบทอดกันมา ในการประกอบพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมกรมการเมืองทั้ง 4 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายเวียง ฝ่ายวัง ฝ่ายคลัง และฝ่ายนา ร่วมกันอุ้มพระดำน้ำรวม 6 ครั้ง ตามลำดับทิศทางที่กำหนดไว้ในประเพณี โดยครั้งที่ 1 อุ้มไปทางทิศเหนือ ครั้งที่ 2 และ 3 ไปทางทิศใต้ ครั้งที่ 4 และ 5 ไปทางทิศเหนือ และครั้งที่ 6 ไปทางทิศใต้ โดยความศรัทธาที่ปรากฏชัดอีกช่วงหนึ่งของพิธี เกิดขึ้นหลังเสร็จสิ้นการอุ้มพระดำน้ำ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด อัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชามาให้นายกรัฐมนตรีคล้องมาลัยดอกไม้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมมอบเครื่องมงคลแก่นายกรัฐมนตรีจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ได้โยนเครื่องมงคล เครื่องบวงสรวง และอาหารมงคลที่ผ่านพิธี ได้แก่ กระยาสารท ข้าวต้มลูกโยน และกล้วย ให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่รอรับอยู่บริเวณท่าน้ำ ผู้ร่วมงานต่างหงายร่มเพื่อรองรับของมงคล ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาและความคึกคัก ก่อนนำกลับไปรับประทานตามความเชื่อเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ซึ่งภายหลังพิธี นายอนุทินได้ร่วมแจกจ่ายเครื่องมงคลและเครื่องบวงสรวงแก่ประชาชน พร้อมเดินพบปะผู้ร่วมงานที่เดินทางมาร่วมสืบสานประเพณีสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ ประเพณีอุ้มพระดำน้ำเป็นพิธีกรรมที่ผูกพันกับความเชื่อของชาวเพชรบูรณ์มาอย่างยาวนาน โดยมีความเชื่อว่าการประกอบพิธีจะนำความเป็นสิริมงคลมาสู่บ้านเมือง ทำให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล พืชผลทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์ และประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ปัจจุบันประเพณีดังกล่าวได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ทั้งนี้ตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาระบุว่า ในอดีตชาวบ้านกลุ่มหนึ่งออกหาปลาในแม่น้ำป่าสัก บริเวณวังมะขามแฟบ ก่อนพบเหตุอัศจรรย์เมื่อเกิดพรายน้ำและวังวนขึ้นกลางแม่น้ำ พร้อมปรากฏองค์พระพุทธรูปเหนือผิวน้ำ ชาวบ้านจึงร่วมกันอัญเชิญขึ้นไปประดิษฐาน ณ วัดไตรภูมิ ต่อมาในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งตรงกับวันสารทไทย องค์พระพุทธรูปกลับหายไปจากวัด ก่อนมีผู้พบอยู่กลางแม่น้ำป่าสักในลักษณะดำผุดดำว่าย ชาวบ้านจึงอัญเชิญกลับมาประดิษฐานที่วัดไตรภูมิอีกครั้ง พร้อมถวายพระนามว่า “พระพุทธมหาธรรมราชา” นับแต่นั้น เจ้าเมืองเพชรบูรณ์จึงประกอบพิธีอัญเชิญองค์พระลงดำน้ำในวันสารทไทยเป็นประจำทุกปี จากตำนานความเชื่อที่สืบทอดผ่านกาลเวลาสู่พิธีกรรมสำคัญของจังหวัด ประเพณีอุ้มพระดำน้ำจึงมิได้เป็นเพียงงานประเพณีประจำปี หากยังเป็นภาพสะท้อนของศรัทธา อัตลักษณ์ และรากฐานทางวัฒนธรรมที่ชาวเพชรบูรณ์ร่วมกันธำรงรักษาไว้จากรุ่นสู่รุ่น ชุลีพร ตาลสุข ข่าวเพชรบูรณ์0855987787 แนะแนวเรื่อง 40 ปีแห่งศรัทธา! “ป้าดา” สืบสานเครื่องบวงสรวงพุทธบูชาอุ้มพระดำน้ำ ห่วงไร้ผู้สืบทอด ส่งต่อมรดกภูมิปัญญาชาวเพชรบูรณ์