เพชรบูรณ์ – เบื้องหลังประเพณีอุ้มพระดำน้ำที่สืบทอดกันมายาวนาน ไม่ได้มีเพียงพิธีกรรมสำคัญของชาวเมืองมะขามหวานเท่านั้น แต่ยังมีพลังศรัทธาจากภาคประชาชนที่ร่วมแรงร่วมใจกันรักษาขนบธรรมเนียมเก่าแก่ โดยเฉพาะการจัดทำเครื่องมงคลเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธมหาธรรมราชา ก่อนนำลงเรือและโยนแจกจ่ายให้ประชาชนสองฝั่งคลองได้ร่วมรับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล ท่ามกลางความกังวลว่า หากผู้ริเริ่มและสืบสานมานานกว่า 40 ปีหมดบทบาทลง ภูมิปัญญานี้จะมีใครรับช่วงต่อ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ณ บ้านเลขที่ 99/286 หมู่ 12 ตำบลนางั่ว อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ นางนิตยา สวรรค์นคร หรือ “ป้าดา” ที่ปรึกษาประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ปราชญ์ชาวบ้าน และตัวแทนภาคประชาชนในการจัดทำเครื่องบวงสรวง เปิดเผยว่า การจัดทำเครื่องมงคลเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธมหาธรรมราชา เป็นกิจกรรมที่พี่น้องประชาชนร่วมแรงร่วมใจกันสืบทอดมาอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี โดยยึดถือเป็นกิจกรรมของภาคประชาชนที่เกิดจากความศรัทธาและความภาคภูมิใจในประเพณีท้องถิ่น ป้าดาเล่าว่า การเตรียมงานเริ่มตั้งแต่วันก่อนพิธีต่อเนื่องจนถึงเช้าวันที่ 11 ตุลาคม เพื่อจัดเตรียมเครื่องมงคล ได้แก่ ข้าวต้มมัด กระยาสารท และกล้วยไข่ สำหรับนำเข้าร่วมพิธีอธิษฐานจิต ก่อนอัญเชิญลงเรือไปประกอบกิจกรรมในงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีจะนำสิ่งของไปโยนแจกจ่ายให้ประชาชนที่นั่งชมอยู่สองฝั่งคลองบริเวณท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร เพื่อให้ผู้ร่วมงานนำกลับไปรับประทาน “สิ่งของเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงคุณค่าของอาหาร แต่เป็นเครื่องมงคลที่เกิดจากแรงศรัทธาของชาวบ้าน” ป้าดากล่าว พร้อมอธิบายว่า การนำสิ่งของไปแจกจ่ายมีรากฐานจากความเชื่อและวิถีปฏิบัติในอดีต โดยในช่วงเทศกาลสารทไทย ซึ่งตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ผู้เฒ่าผู้แก่จากวัดไตรภูมิเคยนำสิ่งของใส่ขันไปโยนแจกทาน ก่อนที่ตนจะนำแนวทางดังกล่าวมาพัฒนาเป็นเครื่องมงคลสำหรับร่วมพิธีอุ้มพระดำน้ำ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมรับสิริมงคลและสืบทอดประเพณีต่อไป ในปีนี้ พิธีจัดทำเครื่องมงคลได้รับความร่วมมือจากทีมเรือพุทธบูชามหาธรรมราชาและศรัทธาสาธุชน โดยมีนางพรวิไล ทิพยานุรักษ์สกุล ให้เกียรติเป็นประธานจุดเทียนชัยเบื้องหน้าพระพุทธมหาธรรมราชาจำลอง ประกอบพิธีบูชาสักการะเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าคุ้มครองรักษาบ้านเมืองเพชรบูรณ์ ตลอดจนองค์พระพุทธมหาธรรมราชาและพ่อขุนผาเมือง พร้อมอธิษฐานจิตเครื่องมงคลก่อนอัญเชิญลงเรือ ขณะที่นายปราโมทย์ ฤทธิ์ธำรงกุล กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ทำหน้าที่เจ้าพิธีในการประกอบพิธีดังกล่าว โดยมีผู้ร่วมงานจากภาคประชาชนและทีมเรือพุทธบูชามหาธรรมราชาร่วมสืบสานกิจกรรมในวันสารทไทย ซึ่งตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 อันเป็นช่วงเวลาสำคัญตามคติประเพณีของชาวเพชรบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งศรัทธา ป้าดายอมรับว่าสิ่งที่ยังเป็นห่วงไม่ใช่เพียงการจัดงานในแต่ละปี แต่คืออนาคตของกิจกรรมหลังจากตนไม่สามารถทำหน้าที่ได้อีกต่อไป เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีผู้สืบทอดที่ชัดเจน ซึ่งอาจทำให้ความรู้ ขั้นตอนการจัดทำเครื่องมงคล และรายละเอียดของพิธีกรรมที่สะสมมายาวนานกว่า 40 ปี ขาดช่วงลงได้ ด้านนายปราโมทย์กล่าวว่า ตนอาจเข้ามารับหน้าที่สืบทอดกิจกรรมต่อจากป้าดา เพื่อให้ประเพณีนี้ดำเนินต่อไป แต่ก็ยอมรับว่ามีความกังวลว่าจะสามารถทำได้ดีเท่ากับผู้ที่คลุกคลีและทุ่มเทให้กับงานมาอย่างยาวนานหรือไม่ ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า ปีหน้าจะมีการจัดทำเครื่องมงคลอีกหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าชาวเพชรบูรณ์จะร่วมกันรักษาภูมิปัญญานี้อย่างไร ให้ก้าวพ้นจากการพึ่งพาบุคคลเพียงคนเดียว ไปสู่การมีทีมงานและคนรุ่นใหม่ที่สามารถเรียนรู้และรับช่วงต่อได้อย่างเป็นระบบ เพราะเครื่องมงคลที่ถูกโยนลงสู่สองฝั่งคลอง อาจเป็นเพียงข้าวต้มมัด กระยาสารท และกล้วยไข่ในสายตาผู้พบเห็น แต่สำหรับผู้ร่วมพิธี สิ่งเหล่านี้ยังสะท้อนถึงศรัทธา ความสามัคคี และความผูกพันของชุมชนที่สั่งสมมายาวนานกว่า 40 ปี คำถามที่ฝากไว้กับงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำในปีนี้ จึงไม่ใช่เพียงประชาชนจะได้รับเครื่องมงคลทั่วถึงหรือไม่ แต่คือ เมื่อถึงวันที่ “ป้าดา” วางมือ ใครจะเป็นผู้รับไม้ต่อ เพื่อให้พลังศรัทธาของภาคประชาชนยังคงอยู่คู่เมืองเพชรบูรณ์ต่อไป ข่าว ชุลีพร ตาลสุข เพชรบูรณ์0855987787 แนะแนวเรื่อง สกลนคร ตามรอยช่างทำปราสาทผึ้ง 6 คุ้มวัด สืบสานภูมิปัญญาคนรุ่นเก่าสู่รุ่่นใหม่