ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์. รรท.ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมทางออนไลน์ ที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยได้รับการร้องเรียนผ่านเพจสืบนครบาลว่า ถูกบริษัททัวร์เปิดให้จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก มีเสียหายกว่า 60 คน และมีการตั้งกลุ่มในเฟซ
.
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ได้กำชับสั่งการให้ พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. ให้รีบจับกุมมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพื่อจะได้ไม่เป็นภัยสังคมอีกต่อไป
.
วันที่ 20 พฤษภาคม 2567 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น , พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ,พ.ต.อ.นิวัฒน์ พึ่งอุทัยศรี รอง ผบก สส.บช.น. พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท ณัฐวุฒิ สีเสมอ , พ.ต.ท.นิติกรณ์ ระวัง รอง ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.วุฒิพันธ์ ผะอบทอง สว.กก.สส.2 บก.สส.บช.น. สั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.วุฒิพันธ์ ผะอบทอง , ร.ต.อ.เจษพงษ์ มีเพ็ชรทาน , ร.ต.อ.พีรเวธน์ โพธิ สว.กก.สส.2 บก.สส.บช.น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 สืบนครบาล ได้จับกุมตัว

นางสาวนิชาภา  อายุ 46 ปี ที่อยู่ หมู่ 9 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 377/2563 ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2563
ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”
จับกุมที่บริเวณบริเวณหน้าหอพักซ.ฝ.9 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ

.
จากการตรวจสอบพบในฐานระบบ ยังพบมีหมายจับอีก 2 หมายดังนี้
1.หมายจับศาลแขวงนนทบุรี ที่ 159/2563 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ยักยอกทรัพย์ ”
2.หมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 180/2563 ลงวันที่ 3 เมษายน 2563 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง”
.
พฤติการณ์ในคดี เมื่อประมาณ ปี 2557 ผู้ต้องหาได้จดทะเบียนบริษัท จำกัด ดำเนินกิจการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการให้บริการ รับจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก โปรแกรมทัวร์ ต่อมาเมื่อประมาณ 2562 ผู้ต้องหาอ้างว่า บริษัทฯประสบปัญหาขาดทุนจึงไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของบริษัทฯได้และไม่สามารถนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหายได้ กลุ่มผู้ได้รับความเสียหายจึงรวมตัวกันโดยตั้งกลุ่ม Facebook ซึ่งมีสมาชิกเป็นกลุ่มผู้ได้รับความเสียหายจากบริษัทดังกล่าวกว่า 60 User โดยมีการประสานงานเพื่อรวมตัวกันไปแจ้งความ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ตรวจสอบจากระบบสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า มีการแจ้งความดำเนินคดีอาญาไว้แล้วจำนวน 5 คดี ผู้เสียหาย 7 ราย มูลค่าความเสียหาย 623,124 บาท
.
ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาห้การอ้างว่าเพื่อนเอาชื่อไปจดทะเบียนบริษัททัวร์ ต่อมา หุ้นส่วนของบริษัทคิดสั้นจบชีวิตที่หน้าบ้านเป็นข่าวดังที่ภูเก็ต จึงทำให้ธุรกิจรวน ไม่สามารถนำทัวร์ไปตามที่ลูกค้าจ่ายได้ แล้วก็ไม่ สามารถคืนเงินลูกค้าได้ จึงหลบหนี โดยปัจจุบันผู้ต้องหาทำงานเฝ้าห้องพักรายเดือน
.
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่าจากการตรวจสอบ บริษัททัวร์ดังกล่าว มีการจดทะเบียนถูกต้อง ส่วนกรณีข้อหาฉ้อโกงฯ ก็อยู่ในขั้นตอนดำเนินคดี และหากประชาชนท่านใดได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าว สามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจให้รีบทำการอายัดตัวผู้ต้องหา ฝากถึงประชาชน ที่พบบริษัททัวร์ หรือการโฆษณาขายทัวร์ในลักษณะที่ต้องสงสัยก็ขอให้แจ้งตำรวจเพื่อตรวจสอบและแจ้งเตือนประชาชนรายอื่นไม่ให้ถูกหลอกด้วย ผู้ที่จะไปท่องเเที่ยว ควรศึกษาให้ดี ว่าบริษัทที่จะไปมีความน่าเชื่อถือเพียงใด ปัจจุบัน มิจฉาชีพ และอาชญากรรมออนไลน์ มีความรุนแรง และมีรูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญขณะนี้ คือ การสร้างการรับรู้ ถึงรูปแบบวิธีการ และ การป้องกันตัวเองของประชาชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ