เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 นางมาลี ใจหลัก ข้าราชการครูบำนาญ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 เพื่อติดตามและขอรับสิทธิเงินค่าตกเบิกวิทยฐานะที่เจ้าตัวยืนยันว่า ควรได้รับมาตั้งแต่ปี 2561
การยื่นหนังสือครั้งนี้มีขึ้นถึงมือ นายนิเวช อินสุวอ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 โดยมี นางสาวชามาภัทร ศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล เป็นผู้แทนรับเรื่องและเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา
นางมาลีเปิดเผยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้เดินทางติดตามเรื่องด้วยตนเองมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากไม่เคยได้รับเงินค่าตกเบิกวิทยฐานะ แม้จะได้รับการพิจารณาเลื่อนวิทยฐานะเป็น “ครูชำนาญการพิเศษ” และมีคำสั่งทางราชการรองรับอย่างชัดเจนก็ตาม
“ดิฉันเพียงต้องการได้รับสิทธิตามที่กฎหมายและระเบียบราชการกำหนดไว้ หากมีสิทธิจริงก็ควรได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าเหตุใดจึงยังไม่ได้รับเงินจนถึงทุกวันนี้” นางมาลีกล่าว
เอกสารที่นำมายื่นประกอบด้วยหลักฐานเกี่ยวกับการได้รับวิทยฐานะ ประวัติการรับราชการ และเอกสารทางการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบสิทธิและกระบวนการเบิกจ่ายย้อนหลัง
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่กำลังถูกจับตามองไม่ใช่เพียงเรื่องสิทธิส่วนบุคคลของผู้ร้องเท่านั้น แต่คือคำถามสำคัญต่อระบบราชการว่า หากผู้ร้องมีสิทธิได้รับเงินตกเบิกมาตั้งแต่ปี 2561 จริง เหตุใดเรื่องดังกล่าวจึงปล่อยให้ยืดเยื้อมานานเกือบ 8 ปีโดยยังไม่แล้วเสร็จ
คำถามที่สังคมต้องการคำตอบคือ มีการดำเนินการเบิกจ่ายในขั้นตอนไหนบ้าง ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตามเรื่อง เหตุใดจึงไม่มีข้อยุติ และมีผู้ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกันอีกหรือไม่
ขณะเดียวกัน นางมาลียังเตรียมใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 เพื่อขอสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาวิทยฐานะ การเสนอเบิกจ่าย และการดำเนินการของหน่วยงานในแต่ละช่วงเวลา โดยหวังให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดปรากฏอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
กรณีดังกล่าวกำลังได้รับความสนใจจากแวดวงการศึกษาและข้าราชการครูจำนวนมาก เนื่องจากอาจสะท้อนปัญหาการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ของบุคลากรทางการศึกษาที่ตกค้างอยู่ในระบบมาเป็นเวลานาน และอาจไม่ใช่เพียงกรณีเดียว
ขณะนี้สังคมกำลังรอคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิได้รับเงินค่าตกเบิกวิทยฐานะตามที่อ้างหรือไม่ หากมีสิทธิ เหตุใดจึงยังไม่ได้รับการจ่ายเงินตลอดระยะเวลาเกือบ 8 ปีที่ผ่านมา และหน่วยงานจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ซ้ำอีกในอนาคต
เพราะสำหรับข้าราชการครูผู้เกษียณอายุราชการแล้ว เรื่องนี้อาจไม่ใช่เพียงตัวเลขเงินตกเบิก แต่คือคำตอบของคำว่า “สิทธิที่พึงได้รับ” ซึ่งรอคอยความชัดเจนมานานนับทศวรรษ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You missed