เพชรบูรณ์ – จับตากระบวนการสรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ หลังมีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าสู่กระบวนการจำนวน 39 ราย ซึ่งตามขั้นตอนต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาเพื่อคัดเลือกให้เหลือ 22 ราย แต่การประชุมเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 กลับยังไม่มีการลงมติคัดเลือก เนื่องจากองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาฯ ยังไม่ครบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ณ ห้องประชุมสีทอง ชั้น 1 อาคารอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ โดยมี ดร.เสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ ในฐานะประธานกรรมการสรรหา เป็นประธานการประชุม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนปิดการประชุม


สาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ จากคำชี้แจงของประธานกรรมการสรรหาฯ ระบุว่า เป็นเพียงการรับทราบรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าสู่กระบวนการสรรหาจำนวน 39 ราย ขณะที่การพิจารณาคัดเลือกให้เหลือ 22 ราย จะต้องรอการประชุมครั้งต่อไป ขณะที่ ดร.สุวิชา พุทธารัตน์ อาจารย์ประจำหลักสูตรงานวิจัย และหนึ่งในคณะกรรมการสรรหา เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้องค์ประกอบยังไม่ครบ เนื่องจากมีกรรมการในสัดส่วนตัวแทนจากอาจารย์จำนวน 2 คน ซึ่งอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากชุดเดิมที่หมดวาระ และผู้ได้รับการคัดเลือกใหม่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ จึงต้องรอผลการแต่งตั้งให้ครบองค์ประกอบ ก่อนจะนัดประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ อีกครั้ง เพื่อพิจารณากระบวนการคัดเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิต่อไป ดังนั้น 39 รายที่ถูกเสนอชื่อเข้าสู่กระบวนการ วันนี้ยังไม่มีการคัดเลือกให้เหลือ 22 ราย และกระบวนการสำคัญยังต้องรอการประชุมครั้งถัดไป
ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณอาคารอธิการบดียังมีอีกประเด็นที่ถูกจับตามอง นั่นคือ การปฏิบัติต่อผู้สื่อข่าวที่เดินทางมาติดตามการประชุม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมและระหว่างการประชุม ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในห้องประชุมหรือบันทึกบรรยากาศภายในห้อง โดยผู้สื่อข่าวได้อยู่บริเวณด้านนอกห้องประชุม เพื่อรอติดตามข้อมูลและขอสัมภาษณ์ประธานกรรมการสรรหาฯ ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น


ต่อมาเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยได้เรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวน 2 นายมาเชิญผู้สื่อข่าวออกจากอาคาร โดยให้เหตุผลว่า มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ราชการ และการเข้ามาทำข่าวจำเป็นต้องมีหนังสือขออนุญาตจากเจ้าของสถานที่ก่อนผู้สื่อข่าวได้ชี้แจงว่าไม่ได้เข้าไปรบกวนการประชุม และไม่ได้เข้าไปภายในห้องประชุม เพียงแต่รอสัมภาษณ์ประธานกรรมการสรรหาฯ หลังการประชุมสิ้นสุด จากนั้น เหตุการณ์ได้ขยับไปอีกขั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งผู้สื่อข่าวทราบภายหลังว่าเป็นรองอธิการบดี ได้โทรศัพท์แจ้งหมายเลข 191 ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจำนวน 3 นายจะเดินทางเข้ามาตรวจสอบเหตุการณ์
เมื่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงพบว่าผู้สื่อข่าวไม่ได้อยู่บริเวณใกล้ห้องประชุมและไปอยู่ในจุดที่ห่างจากห้องประชุมประมาณกว่า 10 เมตร เพื่อรอสัมภาษณ์หลังการประชุม จึงไม่ได้มีการดำเนินการใดกับผู้สื่อข่าว และเหตุการณ์ยุติลงโดยไม่มีเหตุรุนแรง
ทั้งนี้ประเด็นจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า “วันนี้คัดเลือกหรือไม่” แต่กำลังขยายไปถึงคำถามเรื่องความโปร่งใสและการเปิดพื้นที่ให้สาธารณะติดตามกระบวนการ ซึ่งก่อนหน้านี้ กระบวนการสรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ถูกจับตาจากกรณีมีผู้ได้รับการเสนอชื่อจำนวน 39 ราย ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญในการพิจารณาคัดเลือกให้เหลือ 22 ราย
เอกสารหลักเกณฑ์ที่ผู้สื่อข่าวได้รับ ระบุคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งไว้หลายประการ ทั้งการเป็นบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย ความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ตลอดจนคุณสมบัติทั่วไปและลักษณะต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดกระบวนการเสนอชื่อยังระบุให้ผู้มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลได้คนละ 1 รายชื่อ พร้อมประวัติและหนังสือยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อ ก่อนที่ฝ่ายเลขานุการจะรวบรวมจัดทำบัญชีรายชื่อและประวัติเสนอต่อคณะกรรมการสรรหาฯ เพื่อพิจารณา


ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปจึงเป็นจุดที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่า คณะกรรมการสรรหาฯ จะใช้หลักเกณฑ์ใดในการพิจารณาคัดเลือกจาก 39 ราย ให้เหลือ 22 ราย โดยเฉพาะคำถามสำคัญว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่ละรายจะถูกพิจารณาจากคุณสมบัติ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และหลักเกณฑ์ที่ประกาศไว้อย่างไร และจะมีวิธีตรวจสอบหรืออธิบายเหตุผลของการคัดเลือกต่อประชาคมมหาวิทยาลัยและสาธารณะได้มากน้อยเพียงใด อีกประเด็นที่ควรได้รับคำชี้แจงอย่างชัดเจน คือ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเข้าพื้นที่ของสื่อมวลชนในมหาวิทยาลัย ว่ามีระเบียบหรือประกาศฉบับใดกำหนดให้ผู้สื่อข่าวต้องทำหนังสือขออนุญาตก่อนเข้ามาติดตามข่าวภายในมหาวิทยาลัย และขอบเขตของข้อจำกัดดังกล่าวครอบคลุมถึงการยืนรอสัมภาษณ์บุคคลภายนอกห้องประชุมหรือไม่ ขณะที่การแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบเหตุการณ์ ก็เป็นอีกข้อเท็จจริงที่มหาวิทยาลัยควรชี้แจงต่อสาธารณะว่า มีเหตุหรือข้อกังวลด้านใดจึงจำเป็นต้องประสานตำรวจเข้ามาดูแลสถานการณ์
ทั้งนี้จาก 39 รายชื่อสู่ 22 รายชื่อจึงไม่ใช่เพียงตัวเลขของการคัดเลือก แต่เป็นขั้นตอนสำคัญของโครงสร้างการกำกับดูแลมหาวิทยาลัย เมื่อองค์ประกอบคณะกรรมการสรรหาฯ ยังไม่ครบ กระบวนการคัดเลือกจึงต้องเลื่อนออกไป ขณะที่สายตาของประชาคมมหาวิทยาลัยและสาธารณะยังคงจับจ้องว่า เมื่อถึงวันที่มีการประชุมพิจารณาจริง หลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้จะถูกนำมาใช้กับผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 39 รายอย่างไร และที่สำคัญ กระบวนการคัดเลือกครั้งนี้จะสามารถอธิบายต่อสาธารณะได้อย่างชัดเจนเพียงใดว่า จาก 39 ราย เหตุใดจึงเหลือ 22 ราย นี่คือคำถามที่ยังรอคำตอบในการประชุมครั้งต่อไป

ชุลีพร ตาลสุข ข่าวเพชรบูรณ์
085-598-7787

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You missed