กรณีที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 0.85 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.69 ทั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่มีการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในเส้นทางขนส่งสำคัญแถบตะวันออกกลาง รวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศที่หยุดชะงัก ส่งผลให้สต็อกน้ำมันสำรองโลกลดลงต่อเนื่องจนเกิดภาวะอุปทานตึงตัวอย่างหนักต่อมา กรมการขนส่งทางบก ประกาศปรับอัตราค่าโดยสารตามราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น ล่าสุด ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ 39.84 บาทต่อลิตร เกินกว่าฐานราคาที่ปรับครั้งสุดท้ายที่ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 34 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น ได้แก่ สายการบิน, ขนส่ง, ค้าปลีก, ไฟแนนซ์, บรรจุภัณฑ์, ไฟฟ้าและรับเหมาก่อสร้าง ทั้งนี้ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ขนส่ง โดยเฉพาะสายการบิน จากต้นทุนน้ำมันเจ็ทและดีเซลที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงรับเหมาก่อสร้าง ที่เผชิญต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น ขณะที่ คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง มีมติให้ปรับขึ้นค่าโดยสาร สำหรับรถโดยสารประจำทางหมวด 2 เส้นทางกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัด และหมวด 3 เส้นทางระหว่างจังหวัด เพิ่มขึ้นในอัตรา 3 สตางค์ ต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง หรือหากเดินทางระยะทาง 100 กิโลเมตร จะปรับขึ้น 3 บาทต่อที่นั่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.69 เป็นต้นไป สำหรับการยกเว้นหรือลดหย่อนค่าโดยสารอื่นๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิมที่เคยอนุมัติไว้ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการเดินรถได้ตามต้นทุนที่แท้จริง และคงจำนวนเที่ยววิ่งให้เพียงพอต่อความต้องการเดินทางของประชาชน โดยกรมการขนส่งทางบกยืนยันจะติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและต้นทุนการให้บริการอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลอัตราค่าโดยสารให้มีความเป็นธรรมบรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.นราธิวาส ซึ่งบริษัท ขนส่ง จำกัด และรถร่วม รถทัวร์ ได้ขยับราคาขึ้นตามแนวทางของกรมการขนส่งทางบก มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.69 เป็นต้นไปเช่นกัน ปรากฎว่าจำนวนผู้ใช้บริการรถทัวร์ปรับอากาศ 8 เที่ยว ปลายทาง 6 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ, สงขลา, ตรัง, กระบี่, พังงา, ภูเก็ต บางตา อย่างไรก็ตาม พบว่ามีผู้โดยสารที่เป็นเจ้าหน้าที่ที่ลงมาปฏิบัติหน้าที่ หันมาใช้บริการรถทัวร์ จากเดิมที่จะเดินทางกลับในช่วงลาพักด้วยเครื่องบิน แต่สู้ราคาตั๋วที่สูงเกือบ 5,000 บาทต่อเที่ยว (One-way) ไม่ไหว ต้องเปลี่ยนมาโดยสารรถทัวร์ เพื่อลดค่าใช้จ่าย สำหรับราคาค่าโดยสาร ภายหลังมีการปรับขึ้น ดังนี้ บริษัท ขนส่ง จำกัด และรถร่วม รถทัวร์ สายนราธิวาส – กรุงเทพฯ นราธิวาส – กรุงเทพฯ (32 ที่นั่ง)ราคาเดิม 1,159 บาท, ราคาใหม่ 1,231 บาท•นราธิวาส – กรุงเทพฯ (36 ที่นั่ง )ราคาเดิม 994 บาท, ราคาใหม่ 1,055 บาท บริษัท สยามเดินรถ จำกัด และบริษัท ปิยะรุ่งเรืองทัวร์ จำกัด นราธิวาส – กรุงเทพฯราคาเดิม 994 บาท, ราคาใหม่ 1,055 บาท บริษัท ศรีตรังทัวร์ จำกัด แจ้งประกาศปรับราคาค่าโดยสาร ดังนี้ นราธิวาส – สงขลาราคาเดิม 199 บาท, ราคาใหม่ 210 บาท นราธิวาส – ตรังราคาเดิม 349 บาท, ราคาใหม่ 369 บาท นราธิวาส – กระบี่ราคาเดิม 461 บาท, ราคาใหม่ 490 บาท นราธิวาส – พังงาราคาเดิม 533 บาท, ราคาใหม่ 567 บาท นราธิวาส – ภูเก็ตราคาเดิม 612 บาท, ราคาใหม่ 650 บาททั้งนี้ ราคาปรับใหม่เริ่มประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.69 ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังคงยืดเยื้อมากกว่าเดิมที่คาดไว้ 3-6 เดือน ราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อไปอีกระยะ นราธิวาส – ภาพข่าวสัญฐิติ ขอจิตต์เมตต์ แนะแนวเรื่อง แม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่ยึดเงินกว่าสามล้านก่อนหลุดเข้าเมียนม่าผ่านช่องทางห้วยผึ้ง หลังพบไม่ชอบมาพากลของกลุ่มพ่อค้า สกลนคร ร้านข้าวแกงซาวบาท เปิดขายตั้งแต่ตี 5 ถึงเที่ยงวัน จำหน่ายข้าวราดแกงเพียง 20 บาท