ทันทีที่ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง จำนวน 805 รายชื่อ (11 ก.ย.2569) ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีชื่อที่ถูกคาดการณ์ไว้ว่าจะรับไม้คุมสถานการณ์ใต้ ต่อจาก พลโท นรธิป โพยนอก “บิ๊กยูร” แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 ที่เตรียมขยับขึ้นเป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ไม่ผิดคาด ถูกตัว “พลตรี ชาคริต อุจะรัตน” หรือที่รู้จักในนาม “รองคิ้ว” รองแม่ทัพภาคที่ 4/รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าหลังโปรดเกล้าฯ ตำแหน่ง “แม่ทัพภาคที่ 4” คนใหม่ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดย “บิ๊กยูร” พลโท นรธิป โพยนอก ขยับขึ้นเป็น ผช.ผบ.ทบ. อัตรา พลเอก ตามคาดเช่นกันเมื่อรายชื่อในอัตรานายพล ที่ต้องรับศึกหนัก ควบคุมและคลี่คลายสถานการณ์ในพื้นที่ จชต. ที่กำลังอยู่ในห้วง “หน้าสิ่วหน้าขวาน” ต่อเนื่อง โดย “พลตรี ชาคริต อุจะรัตน” ขุนพลม้าศึกป้ายแดงที่เป็นลูกหม้อทัพภาค 4 ส่วนที่ตามมาติดๆ คือ พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว “ลูกหม้อตัวตึง” ของกองทัพภาคที่ 4 และในพื้นที่ “รองเขียว” ขยับจากรองแม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นเป็น “แม่ทัพน้อยที่ 4” ขณะที่ พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 (ผบ.พล.ร.15) และผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี (ผบ.ฉก.ปัตตานี) ขยับขึ้นเช่นกัน เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 ส่วนเก้าอี้ตัวเดิม โยก พลตรี ยุทธนาม เพชรม่วง เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 มานั่งในตำแหน่ง ผบ.พล.ร.15/ผบ.ฉก.ปัตตานี“ตัวตึงของแท้” คำยืนยันจากปากนายทหารยศนายพลท่านหนึ่ง เมื่อปรากฎชื่อ จนเกิดคำถามตามมาถึง “พลตรี ชาคริต อุจะรัตน” ซึ่งได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ อัตรา “พลโท” สำหรับประวัติและเส้นทางรับราชการของ “รองคิ้ว” ว่าที่แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 28 (ตท.28) เป็นนายทหารที่คร่ำหวอดสายรบพิเศษ เคยดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 (ผบ.พล.รพศ.1) เข้ารับตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 4 และ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เมื่อปี 67นายพลท่านนี้ “พลตรี ชาคริต อุจะรัตน” ถือว่าไม่ธรรมดา ดูนิ่งๆ แต่แว่วว่า ทั้งบู๊บุ๋นได้หมด.! “ซ่อนคมมีดไว้ภายใน”เคยปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2536 อีกทั้งยังปฏิบัติหน้าที่สำคัญๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังพ่วงตำแหน่ง โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า อีกด้วยจะเกษียณอายุราชการ ในปี พ.ศ.2572 ซึ่งเหลือเวลา 2 ปีในการทำหน้าที่กุมบังเหียนกองทัพภาค 4 ที่สำคัญคือ ภารกิจ “ดับไฟใต้” ที่ยังคงตึงเครียด และในวันที่ 4 ม.ค.70 จะเข้าสู่ปีที่ 23 จับตา “ลูกหม้อคืนถิ่น”..บู๊บุ๋นได้จริงหรือ.? นราธิวาส – สกู๊ปสัญฐิติ ขอจิตต์เมตต์ แนะแนวเรื่อง “กาญจนาคา” นำฤกษ์อุ้มพระดำน้ำ 69! เพชรบูรณ์เปิดมหกรรมศรัทธา 10 วันเต็ม นางรำกว่า 3,000 คน–10 ขบวนแห่สุดอลังการ ตำรวจทางหลวงสมุทรสงครามจับกุมผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ หนึ่งในสมาชิกแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหด