การตัดผลผลิต "ทุเรียน" ครั้งแรกของเจ้าของสวน ไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งสำคัญก่อนจะตัดคือ ต้องดูอายุของผลผลิต, การเช็คความแก่ และการเตรียมอุปกรณ์ตัดให้พร้อม เพื่อให้ได้ทุเรียนเนื้อดี ไม่อ่อนเกินไป 
วันนี้ (1 ส.ค.69) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังสวนของเกษตรกรรายใหม่ ที่ปลูกเฉพาะทุเรียนหมอนทอง บนเนื้อที่ 5 ไร่ ในพื้นที่ ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งมี นายสุกรี ยูโซ๊ะ เป็นเจ้าของสวนมือใหม่ โดย นางฮาฟีซา เมาะมิง เกษตรอำเภอระแงะ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตร อ.ระแงะ ลงพื้นที่เยี่ยมสวนทุเรียนหมอนทองของนายสุกรี ที่เก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นครั้งแรกและปีแรก 
สอบถาม นายสุกรี เจ้าของสวน บอกว่า เก็บครั้งแรกแต่ก็เก็บจนหมดทั้ง 5 ไร่ ผลผลิตที่ได้ประมาน 600 กิโลกรัม ก็ได้ส่งจำหน่ายให้พ่อค้าคนกลางในพื้นที่รับไป 
สถานการณ์ทุเรียนใน อ.ระแงะ มีสำนักงานเกษตรอำเภอ เป็นพี่เลี้ยง คอยกำกับดูแลเรื่องปริมาณ คุณภาพและราคาผลผลิต เพื่อเตรียมช่วยเหลือเกษตรกรให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงในแต่ละฤดูกาล, การบริหารจัดการการตลาด รวมถึงการส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่และการทำมาตรฐานแปลงใหญ่ GAP 
เจ้าของสวนทุเรียนใน อ.ระแงะ จะมีพ่อค้าคนกลางหรือล้ง เข้าไปรับซื้อถึงที่ เพราะสะดวกรวดเร็วและลดความเสี่ยงในการจัดการ ซึ่งส่วนใหญ่เลือกขายวิธีนี้เพราะไม่ต้องหาแรงงานตัดเอง ไม่ต้องแบกรับภาระการขนส่ง และได้เงินก้อนทันที
รวมทั้งมีการขายปลีกเองในสวน/หน้าสวน ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์น้อยที่ทำเพราะต้องมีเวลาและแรงงานในการคัดแยก เปิดขายปลีก หรือไลฟ์สด ซึ่งแม้จะได้ราคาสูงกว่าแต่เหนื่อยและเสี่ยงเรื่องผลผลิตเหลือ
สถานการณ์ราคา ช่วงที่ราคาลดฮวบ (ช่วงต้นเดือน ก.ค. เกรด A หน้าสวนอยู่ที่ 60–65 บาท/กก.) เนื่องจากผลผลิตออกมาก ส่วนช่วงที่ราคาเริ่มฟื้นตัว (กลางถึงปลายเดือน ก.ค.) เกรดคุณภาพ AB ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 85–105 บาท/กก. หลังจากกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันเร่งระบายผลผลิต
ปัจจุบันราคาเกรด AB (ขนาดสวย น้ำหนักดี ประมาณ 2–5.5 กก.) อยู่ที่ 85-105 บาท/กก., เกรด C / ตกไซส์ (มีตำหนิหรือขนาดคละ) อยู่ที่ 60-80 บาท/กก.และเกรด D ตกไซส์เล็ก / รูเล็ก / โบ้เข้ อยู่ที่ 40-55 บาท/กก. (อ้างอิงจากกรมการค้าภายใน)

(หมายเหตุ ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงรายวันตามกลไกตลาด และเงื่อนไขเปอร์เซ็นต์แป้งของเนื้อทุเรียน ณ จุดรับซื้อในพื้นที่)

อย่างไรก็ตาม พบว่าปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับเจ้าของสวนทุเรียนมือใหม่ในการตัดผลผลิตครั้งแรก ได้แก่ 

  • การดูอายุและวันเก็บเกี่ยวไม่แม่นยำทำให้ได้ทุเรียนอ่อน นับอายุวันหลังดอกบาน แยกแต่ละพันธุ์ไม่เหมือนกัน หมอนทองประมาณ 120 วัน, ชะนี 105 วัน และกระดุม 90-100 วัน
  • สังเกตดูร่องหนามกว้าง ปลายหนามแห้ง และขั้วผลบวมโต
  • เคาะฟังเสียง เสียงต้องหลวมๆ โปร่งๆ ไม่ทึบตัน
    การจัดการน้ำและธาตุอาหารหลังตัดลูกไม่ถูกวิธีจนต้นโทรม
  • ปัญหาการจัดการแรงงานหรือหาตลาดขาย
  • ปัญหาเรื่องความแก่ของผลผลิต กะระยะเวลาวันหลังดอกบานผิดพลาด หรือดูความสุกไม่เป็น ทำให้ขายไม่ได้ราคาและเสียชื่อเสียง
  • ขนาดผลไม่สม่ำเสมอ ไว้ลูกมากเกินไปหรือแต่งผลไม่ดี ทำให้ลูกโตไม่เท่ากันและมีรูปทรงบิดเบี้ยว
  • ปัญหาการจัดการต้นหลังเก็บเกี่ยว ต้นโทรมและกิ่งแห้ง พอตัดลูกเสร็จไม่รีบฟื้นต้น บำรุงรากและใบชุดใหม่ไม่ทัน
  • โรครากเน่าโคนเน่า เกิดแผลทางเกษตรหรือการให้น้ำชะงักในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู ทำให้เชื้อราเข้าทำลายต้นที่กำลังอ่อนแอ
    รวมทั้ง ปัญหาขาดแคลนแรงงาน 
  • ต้นทุนจัดการสูง ค่าปุ๋ย ค่ายา และระบบน้ำที่ยังควบคุมไม่ดีทำให้เสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน 

นราธิวาส – ภาพข่าว
สัญฐิติ ขอจิตต์เมตต์

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *