จ.นราธิวาส 71 รายใน 8 อำเภอ ผู้ว่าฯ ต้อนรับกลับเช้ามืด ตั้งจุดรับเรื่องร้องเรียนและรวบรวมหลักฐาน เตรียมเอาผิดบริษัทเถื่อน พร้อมเรียกร้องเงินคืน

เมื่อเวลาประมาณ 04.15 น.วันนี้ (5 ก.ค.69) ที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.นราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส, ดร.ซาการียา สะอิ สส.เขต 4 พรรคภูมิใจไทย และนายรุสดี ปูรียา นายอำเภอเมืองนราธิวาส ร่วมกันต้อนรับกลุ่มผู้แสวงบญชาวไทยมุสลิม จำนวน 71 คน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีซื้อแพ็กเกจและตั๋วเครื่องบิน จากบริษัทเถื่อนที่ไม่ได้จดทะเบียนให้ถูกต้อง ซึ่งชาวไทยมุสลิมทั้งหมดตั้งความหวังว่าสักครั้งในชีวิต จะได้เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อผู้แสวงบุญเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ 3 ก.ค.69 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งเลื่อนการเดินทางถึง 2 ครั้ง ปรากฎว่าไม่มีการจองตั๋วเครื่องบินและวีซ่าจริง ทำให้ทั้งหมดตกค้างที่สนามบิน ไม่สามารถเดินทางได้ตามกำหนด
ต่อมา นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย รับรายงานถึงความเดือดร้อน จึงได้เดินทางไปรับฟังข้อร้องเรียน ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งประสานไปยังกระทรวงคมนาคม จัดรถบัสปรับอากาศรับผู้เสียหายทั้ง 150 คนใน 3 จชต.เดินทางกลับถึงภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย
ทางด้าน นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส สั่งการให้ศูนย์ดำรงธรรม จ.นราธิวาส ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จ.นราธิวาส ตั้งจุดรับเรื่องราว – รับลงทะเบียนร้องทุกข์จากผู้ได้รับความเดือดร้อนที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ 8 อำเภอของ จ.นราธิวาส ทั้ง 71 ราย ประกอบด้วย อ.ตากใบ, อ.ศรีสาคร, อ.เมือง, อ.สุไหงปาดี, อ.เจาะไอร้อง, อ.ระแงะ, อ.ยี่งอ และ อ.บาเจาะ เพื่อเตรียมใช้เป็นหลักฐานเอาผิดกับบริษัทเถื่อน รวมทั้งเรียกร้องเงินคืนทั้งหมด
“ขอให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากกรณีถูกฉ้อโกง เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจในพื้นที่โดยเร็ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมรวบรวมข้อมูลผู้เสียหาย และเดินหน้าตัดวงจรการกระทำผิด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอีกต่อไป” ผวจ.นราธิวาส
สำหรับผู้จัดโครงการฯ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่รวบตัวไว้ได้บริเวณประตู 8 ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออกคือ นายหมัดฮาซือรัน (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี และเป็นเจ้าของที่กลุ่มผู้แสวงบุญถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายก่อนโอนเงินไปให้ ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้เปิดบริษัทนำเที่ยวใน จ.นราธิวาส แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนให้ถูกต้อง จัดโปรแกรมแสวงบุญในราคาถูกกว่าความเป็นจริง เพื่อดึงดูดใจ แต่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน จึงไม่สามารถพาผู้แสวงบุญเดินทางไปได้

นราธิวาส- ภาพข่าว
สัญฐิติ ขอจิตต์เมตต์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You missed