เพชรบูรณ์ – 14 มิถุนายน 2569 ความฝันในการสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอหนองไผ่กำลังจะกลายเป็นรูปธรรม หลังทีมงาน “ชัยธนาธิปไตย” เปิดเผยแนวคิดการพัฒนา “ถนนคนเดินข้าวโพดหวานและของดีหนองไผ่” โดยประกาศชัดว่าไม่ได้มองเพียงการเปิดตลาดนัดทั่วไป แต่ต้องการสร้างแหล่งท่องเที่ยวถาวรที่เป็นเอกลักษณ์ของอำเภอและสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน
ทีมงานเปิดเผยว่า ภายหลังจากได้เข้าพบนายศุภวัฒน์ เมธาวัชรินทร์ หรือ “เสี่ยตู่” อดีตสมาชิกสภาจังหวัดเพชรบูรณ์ เจ้าของเมธาวดีรีสอร์ต อำเภอหนองไผ่ ได้รับความอนุเคราะห์ให้ใช้พื้นที่กว่า 40 ไร่ พร้อมสระน้ำขนาดใหญ่หลายไร่ เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่จัดถนนคนเดินอย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้งเจ้าของสถานที่ยังพร้อมสนับสนุนการปรับปรุงพื้นที่และอำนวยความสะดวกในทุกด้าน
นายศุภวัฒน์กล่าวว่า ต้องการเห็นเศรษฐกิจของชาวอำเภอหนองไผ่กลับมาคึกคัก และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เกิดพื้นที่สร้างรายได้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการในท้องถิ่น
ก่อนหน้านี้ ทีมงานได้สำรวจความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการจัดถนนคนเดินบริเวณรอบสระหลวงอำเภอหนองไผ่ ซึ่งมีผู้เข้าชมและร่วมแสดงความคิดเห็นมากกว่า 500,000 ครั้ง โดยประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนแนวคิดดังกล่าว แต่เนื่องจากมีข้อจำกัดจากหนังสือตอบกลับของเทศบาลตำบลหนองไผ่ จึงได้ปรับแผนและย้ายมาดำเนินโครงการในพื้นที่เมธาวดีรีสอร์ตแทน
ทีมผู้จัดระบุว่า ได้ศึกษาต้นแบบถนนคนเดินที่ประสบความสำเร็จในหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ลำปาง และปราณบุรี พร้อมสรุปว่าปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเปิดพื้นที่ขายสินค้าเท่านั้น แต่ต้องมีอัตลักษณ์ชุมชน การบริหารจัดการที่เป็นระบบ และการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่
สำหรับโมเดล “ถนนคนเดินหนองไผ่” จะบริหารงานโดยคณะกรรมการภาคเอกชน ประกอบด้วย ประธานตลาด ฝ่ายร้านค้า ฝ่ายกิจกรรม และฝ่ายรักษาความสะอาด ซึ่งจะประชุมร่วมกันทุกเดือนเพื่อพัฒนาตลาดอย่างต่อเนื่อง
ไฮไลต์สำคัญคือการสร้างจุดขายภายใต้แนวคิด “ถนนคนเดินข้าวโพดหวานและของดีหนองไผ่” สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวโพดสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายโซน ได้แก่ โซนอาหารจากข้าวโพด โซนสินค้าเกษตร โซนสเต็กและอาหารพื้นบ้าน โซนดนตรีสด โซนสินค้า OTOP รวมถึงโซนเด็กและศิลปะ
คาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 80 ร้าน เปิดให้บริการทุกวันศุกร์และวันเสาร์ เวลา 16.00–21.00 น. พร้อมกิจกรรมหมุนเวียนทุกสัปดาห์ อาทิ การประกวดร้องเพลง การแข่งขันกินข้าวโพด การประกวดส้มตำ เวทีแสดงความสามารถของเยาวชน และมินิคอนเสิร์ต เพื่อสร้างสีสันและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาอย่างต่อเนื่อง
ด้านอัตราค่าเช่าพื้นที่กำหนดในราคาประหยัด ล็อกละไม่ถึง 100 บาท โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปใช้ในการบริหารจัดการตลาด ทั้งการรักษาความสะอาด การจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ค่าไฟฟ้า และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ
ทีมงานตั้งเป้าหมายผลักดันให้ “ถนนคนเดินข้าวโพดหวานและของดีหนองไผ่” กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 2,000–5,000 คนต่อสัปดาห์ และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับการท่องเที่ยวของอำเภอหนองไผ่ในอนาคต
โครงการดังกล่าวกำลังได้รับความสนใจจากประชาชนและผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยหลายฝ่ายจับตาว่าหากสามารถบริหารจัดการได้ตามแผน “ถนนคนเดินหนองไผ่” อาจกลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ผสมผสานวิถีชุมชน เกษตรกรรม และการท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You missed