ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ปฏิบัติการกวาดล้างมิจฉาชีพในโลกออนไลน์ นำโดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วยคณะทำงานระดับสูง และทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. สนธิกำลังเข้าจับกุม นายโกศล อายุ 34 ปี หรือฉายา “บอย สายไหม” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.469/2566 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 ในความผิดฐาน “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยรวบตัวได้คาบ้านพักในพื้นที่ ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

พฤติการณ์ของ “บอย สายไหม” รายนี้ถือเป็นภัยสังคมที่อาศัยช่องว่างของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนวงกว้าง โดยใช้วิธีการแอบอ้างตนเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับเจ้าของรีสอร์ท อพาร์ตเมนต์ และคอนโดมิเนียมชื่อดัง ก่อนจะดึงข้อมูลรูปภาพสถานที่จริงจากอินเทอร์เน็ตมาโพสต์ประกาศขายหรือปล่อยเช่าผ่านกลุ่มสาธารณะต่างๆ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อติดต่อเข้ามา ผู้ต้องหาจะใช้จิตวิทยาหว่านล้อมให้ผู้ซื้อหรือผู้เช่ารีบโอน “เงินมัดจำ” เพื่อจองสิทธิ์ในราคาพิเศษ ทันทีที่เงินเข้าบัญชี นายโกศลจะตัดขาดการติดต่อทุกช่องทางทันที สร้างความเสียหายรวมแล้วหลายล้านบาท มีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์แล้วกว่า 20 ราย โดยเฉพาะเจ้าของรีสอร์ทตัวจริงที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากการถูกแอบอ้างชื่อเสียงไปใช้ในการฉ้อโกง
นาทีเข้าจับกุมเป็นไปอย่างตึงเครียด เมื่อเจ้าหน้าที่นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพัก นายโกศลไหวตัวทันพยายามกระโดดหนีตายจากชั้นที่ 2 ของบ้านหวังหลุดพ้นจากเงื้อมมือเจ้าหน้าที่ แต่กลับพลาดท่าได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการกระแทกพื้น เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าควบคุมตัวทันทีพร้อมประสานกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน ก่อนจะอายัดตัวไว้ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายที่ สน.สายไหม โดยในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และคาดว่ายังมีเหยื่ออีกจำนวนมากที่ยังไม่ทราบว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพรายนี้

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงขอฝากเตือนภัยไปถึงพี่น้องประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุดในการทำธุรกรรมผ่านสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะการโอนเงินจองอสังหาริมทรัพย์หรือสินค้ามูลค่าสูง ควรมีการตรวจสอบตัวตนผู้ขาย ความน่าเชื่อถือของเพจหรือบัญชี และหากเป็นไปได้ควรเดินทางไปดูสถานที่จริงก่อนการโอนเงินทุกครั้ง เพื่อป้องกันการสูญเสียทรัพย์สินและตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในคราบนักธุรกิจเช่นเดียวกับกรณี “บอย สายไหม” รายนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You missed

📌 ป.ป.ช.นราธิวาส ร่วมกับ สตง.ภูมิภาคที่ 15 #ตรวจสอบถนนภูผาภักดี_พบข้อบกพร่องระหว่างก่อสร้าง – #เร่งกำชับแก้ไขตามสัญญา..!.เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 นายปิยะวัฒน์ คุระพูล ผู้อำนวยการ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนราธิวาส และพนักงานเจ้าหน้าที่ บูรณาการร่วมกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 15 ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีสื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอประเด็นถนนภูผาภักดี เป็นหลุมเป็นบ่อ ผิวหน้าถนนหลุดล่อน ฝาบ่อพักปิดไม่สนิท สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อผู้สัญจรไปมา โดยมีผู้แทนเทศบาลเมืองนราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ให้ข้อมูลและชี้แจงรายละเอียด.จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ถนนภูผาภักดี เป็นโครงการซ่อมสร้างถนนแอสฟัลท์ติกคอนกรีต แบบปูทับ งบประมาณทั้งสิ้น 24.09 ล้านบาท โดยยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และเทศบาลเมืองนราธิวาส ยังไม่มีการจ่ายค่างวดงานให้กับผู้รับจ้าง เนื่องจากมีข้อบกพร่องที่ต้องปรับปรุงแก้ไข โดยเฉพาะกรณีการก่อสร้างไม่ตรงตามรูปแบบรายการในสัญญา ซึ่งทางเทศบาลเมืองนราธิวาส ได้ประสานงานให้ผู้รับจ้างเข้ามาดำเนินการแก้ไข โดยผู้รับจ้างแก้ไขไปบางส่วนแล้ว นอกจากนี้ทางคณะผู้ตรวจได้กำชับและให้ข้อเสนอแนะกับเทศบาลเมืองนราธิวาส ว่าให้ดำเนินโครงการภายใต้ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนเป็นสำคัญ——————————————————สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนราธิวาสซื่อสัตย์ เป็นธรรม มืออาชีพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ติดตามและอัปเดตข่าวสารของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนราธิวาส🌐 https://www.nacc.go.th/narathiwat📱 FB : สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนราธิวาส☎️ Hotline : 073-511-544 หรือสายด่วน 1205