EP 2.เปิดเวทีเสวนา “วัดพระแก้ว เพชรบูรณ์” ชี้ทิศทางพัฒนาโบราณสถาน–ชุมชน สู่แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์วัฒนธรรม
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ดร.เสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการเสวนา “วัดพระแก้ว 2569” ภายใต้หัวข้อ “วัดพระแก้ว กับทิศทางการพัฒนาโบราณสถานและชุมชน ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม” ณ บริเวณลานโบราณสถานเจดีย์ทรงปรางค์ วัดพระแก้ว ตำบลในเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ท่ามกลางความสนใจของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่
ในพิธีเปิดมีผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ดร.วิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายยชญ์สุธา วิชัยธนพัฒน์ รองนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ นายจักรวาล วัฒนากุล ปลัดเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนพระครูศรีพัชรบวร เจ้าอาวาสวัดพระแก้ว โดยมีนายไชยยงค์ ไชยปัน อดีตผู้อำนวยการ สวท.จังหวัดเพชรบูรณ์ ทำหน้าที่ดำเนินการเสวนา พร้อมเจ้าหน้าที่นักโบราณคดีจากกรมศิลปากรเข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
วัดพระแก้ว เพชรบูรณ์ นับเป็นโบราณสถานสำคัญที่มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปลายสมัยสุโขทัย หลักฐานสำคัญคือพระพุทธรูปปูนปั้น “หลวงพ่อโต” หรือ พระพุทธมหารัตโนภาส ศิลปะสุโขทัย สกุลช่างกำแพงเพชร สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของวัดในฐานะศูนย์กลางชุมชน โดยเฉพาะในช่วงสมัยอยุธยาตอนกลาง ก่อนจะถูกทิ้งร้างในเวลาต่อมา เหลือเพียงซากปรักหักพังของโบราณสถาน อาทิ เจดีย์ทรงปรางค์วัดพระแก้ว และเจดีย์ทรงระฆังวัดพระสิงห์ ซึ่งกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 57 หน้า 807 เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2483
แม้จังหวัดเพชรบูรณ์จะเป็นจุดหมายท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในหลายอำเภอ เช่น หล่มสัก หล่มเก่า และน้ำหนาว แต่พื้นที่เขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์กลับยังไม่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเท่าที่ควร ทั้งที่มีโบราณสถานทรงคุณค่ากระจายอยู่หลายแห่ง อาทิ กำแพงเมืองเก่า วัดมหาธาตุ วัดไตรภูมิ วัดพระสิงห์ และวัดพระแก้ว
ด้วยเหตุนี้ พระครูศรีพัชรบวร เจ้าอาวาสวัดพระแก้ว จึงมีดำริให้จัดเวทีเสวนาครั้งนี้ขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็น กำหนดแนวทางการพัฒนาโบราณสถานวัดพระแก้ว ควบคู่การพัฒนาชุมชน ให้เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวัฒนธรรม เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์อย่างเป็นระบบ
อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจในเวทีเสวนา คือ “ตำนานคำบอกเล่า” ที่สืบต่อกันมาในหมู่คนเพชรบูรณ์รุ่นเก่า “วัดพระสิงห์อยู่เหนือ วัดพระเสืออยู่ใต้ วัดพระแก้วอยู่กลาง จระเข้โก่งหาง เอาคางเกยไว้” ซึ่งยังคงเป็นปริศนาที่ยังไม่มีคำอธิบายแน่ชัด บ้างเชื่อว่าเป็นปริศนาธรรม บ้างมองว่าเป็นลายแทงทางประวัติศาสตร์หรือสมบัติที่ซ่อนอยู่ สะท้อนเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและจินตนาการที่สามารถต่อยอดเป็นเรื่องเล่าทางการท่องเที่ยวได้
ดร.วิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า การเปิดพื้นที่เรียนรู้เรื่องโบราณสถานวัดพระแก้ว จะช่วยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าใจรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของเมืองเพชรบูรณ์มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นการระดมพลังความคิดจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างคุณค่าและความหมายใหม่ให้กับโบราณสถานแห่งนี้ โดยย้ำว่า “การเรียนรู้อดีต คือการทำความเข้าใจว่าปัจจุบันเรายืนอยู่ตรงไหน และอนาคตควรเดินต่อไปอย่างไร”
การเสวนาครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันโบราณสถานวัดพระแก้ว จากพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่เงียบงัน ให้กลับมามีชีวิต เป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และอัตลักษณ์ของเมืองเพชรบูรณ์อย่างยั่งยืน
ข่าว ชุลีพร ตาลสุข 0855987787











