ผู้จัดยันถูกต้องทุกขั้นตอน ชาวบ้านหนุนเสียงเดียว สร้างรายได้จริง ไม่กระทบวิถีชีวิต ดราม่าปิดถนน “งานมะม่วงหนองไผ่ 2569”

จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ กรณีการปิดถนนจัดงาน “มะม่วงและของดีอำเภอหนองไผ่ ปี 2569” ระหว่างวันที่ 1–7 เมษายน 2569 บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ จนถูกตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสมและผลกระทบต่อการสัญจร ล่าสุดผู้จัดงานออกมาชี้แจงยืนยันชัดเจนว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย และมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่อย่างแท้จริง

ประเด็นข้อกังวลสำคัญอยู่ที่การกางเต็นท์ลักษณะคลุมถนนคล้ายอุโมงค์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สถานที่ราชการสำคัญ ทั้งที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ และโรงพยาบาลหนองไผ่ ทำให้บางส่วนตั้งคำถามถึงผลกระทบด้านการจราจรและความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีประชาชนหนาแน่น

อย่างไรก็ตาม ผู้รับเหมาผู้จัดงานยืนยันว่า ได้ขออนุญาตใช้พื้นที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะกรมธนารักษ์จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมชี้แจงว่า ถนนที่ใช้จัดงานไม่ใช่เส้นทางสายหลัก การจราจรยังสามารถสัญจรได้ตามปกติในช่วงกลางวัน และมีการบริหารจัดการจราจรในช่วงเย็นเพื่อความปลอดภัย ขณะที่เส้นทางเข้า-ออกโรงพยาบาลและหน่วยงานราชการยังเปิดใช้งานได้ตามปกติ

สาระสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ ผู้จัดงานเน้นย้ำว่า “เกษตรกรได้ขายฟรี” โดยเปิดพื้นที่ให้ชาวสวนมะม่วงและผู้ผลิตสินค้าเกษตรนำผลผลิตมาจำหน่ายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ลดภาระต้นทุน เพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ต่างจากโซนร้านค้าเอกชนที่มีการจัดสรรพื้นที่แยกชัดเจนภายใต้การบริหารของผู้รับเหมา เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบและโปร่งใส

ขณะที่เสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งปรากฏผ่านความคิดเห็นจำนวนมากในสื่อสังคมออนไลน์ กลับเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจน โดยส่วนใหญ่ “เห็นด้วย” กับการจัดงาน และมองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ตรงกันข้าม กลับช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบการรายย่อย ต่างมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาในช่วงจัดงาน

หลายเสียงย้ำว่า งานมะม่วงหนองไผ่ถือเป็นกิจกรรมสำคัญประจำปี ที่ไม่เพียงสร้างรายได้ แต่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์สินค้าเกษตรท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยง “ผู้ผลิตถึงผู้บริโภค” ได้อย่างแท้จริง

บทสรุปของประเด็นนี้ แม้จะเริ่มต้นจากข้อถกเถียงเรื่องการใช้พื้นที่สาธารณะ แต่ข้อเท็จจริงจากผู้จัดงานและเสียงสะท้อนของประชาชนส่วนใหญ่ กลับสะท้อนภาพชัดว่า งานดังกล่าวยังคงเป็น “กลไกเศรษฐกิจชุมชน” ที่มีประสิทธิภาพ และได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่

ทั้งนี้ ผู้จัดงานยืนยันพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปปรับปรุงในอนาคต แต่ย้ำชัดว่า “หัวใจของงาน” คือการสร้างโอกาสให้เกษตรกร และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน

ชุลีพร ตาลสุข ข่าวภาค4เพชรบูรณ์