“โพสต์เดือดต่อเนื่อง! ‘ไชยยงค์ เพชรบูรณ์’ จุดชนวนดราม่าศักดิ์ศรีคนเพชรบูรณ์ หลังกระแสอินฟลูบุกสรรพสามิตลุกลาม”
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 กระแสสังคมออนไลน์ในจังหวัดเพชรบูรณ์ปะทุร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ไชยยงค์ เพชรบูรณ์” ที่ออกมาโพสต์ข้อความเชิงตั้งคำถามและแสดงจุดยืนหลายระลอก ภายหลังเหตุการณ์อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง “ลุงโทนี” หรือ เจริญศักดิ์ โพธิ์ศรีชัย บุกสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่เพชรบูรณ์
จุดเริ่มต้นของประเด็นเกิดจากการไลฟ์สดของอินฟลูรายดังกล่าว ซึ่งตั้งคำถามต่อการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะ “สองมาตรฐาน” ก่อนจะลุกลามสู่การวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง
ต่อมา “ไชยยงค์ เพชรบูรณ์” ได้โพสต์ข้อความรุนแรงว่า
“เจ็บแค้นอาฆาตจะเอาคืนสรรพสามิตเท่านั้น คนอื่นหน่วยงานอื่นไม่ยุ่ง!!”
พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ได้บานปลายเกินควบคุมแล้ว ทำให้เกิดกระแสตอบโต้จากชาวเน็ตจำนวนมาก ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อาทิ “คนเพชรบูรณ์อย่างเรารับไม่ได้กับพวกหิวแสง” และ “อาจถึงเวลาของเขาแล้ว”
เพียง 3 ชั่วโมงถัดมา เจ้าตัวยังโพสต์ประเด็นใหม่เกี่ยวกับชื่อร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยตั้งคำถามว่าอาจเข้าข่าย “ลดทอนศักดิ์ศรีและการศึกษาของคนเพชรบูรณ์หรือไม่” จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงเรื่อง “เสรีภาพในการตั้งชื่อร้าน” กับ “ความเหมาะสมทางสังคม” อย่างเผ็ดร้อน
ความคิดเห็นมีตั้งแต่ “สิทธิส่วนบุคคลของร้าน” ไปจนถึง “แค่ชื่อก็ไม่กล้าเข้าไปใช้บริการ”
หลังจากนั้นอีก 1 ชั่วโมง “ไชยยงค์” ยังตั้งคำถามเชิงระบบว่า
“หน่วยงานใดมีหน้าที่กำกับดูแลการตั้งชื่อร้านหรือสถานประกอบการ?”
ยิ่งกระตุ้นให้เกิดการเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามามีบทบาทตรวจสอบมากขึ้น
ความเคลื่อนไหวยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น โดยอีก 2 ชั่วโมงต่อมา เจ้าตัวย้ำจุดยืนในฐานะ “คนเพชรบูรณ์” ว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้ถ้อยคำที่มองว่าไม่เหมาะสม พร้อมเรียกร้องให้สะท้อนภาพลักษณ์ของคนในพื้นที่ว่า “มีสำนึก ปัญญา และคุณค่า” ส่งผลให้มีผู้เข้าไปแสดงความเห็น สนับสนุนผ่านสติ๊กเกอร์และข้อความจำนวนมาก
ทั้งนี้ เหตุการณ์ทั้งหมดเชื่อมโยงกับกรณีของ เจริญศักดิ์ โพธิ์ศรีชัย ที่ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ได้ไลฟ์สดแฉการจัดคอนเสิร์ตภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอหล่มสัก ซึ่งมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในสถานศึกษา สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
ขณะเดียวกัน ยังมีประเด็นส่วนตัวของอินฟลูรายนี้ หลังจากการจัดงาน “ไปหาหมอ เฟสติวัล” บริเวณใกล้ทางขึ้นเขาค้อเขตตำบลนางั่ว อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากสถานที่อยู่ใกล้วัดในระยะประมาณ 100 เมตร ยิ่งทำให้ข้อสงสัยเรื่อง “มาตรฐานการบังคับใช้กฎหมาย” ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นร้อน
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการปะทะกันของหลายมิติ ทั้งเรื่องกฎหมาย ความเหมาะสมทางสังคม เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่ ซึ่งยังคงต้องจับตาต่อไปว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมาชี้แจงหรือกำหนดแนวทางอย่างไร ท่ามกลางกระแสสังคมที่ยังคงร้อนแรงไม่หยุด.











