“ลุงโทนี” บุกสรรพสามิตเพชรบูรณ์ ถามเดือด! กฎหมาย 2 มาตรฐานหรือไม่? ปมขายแอลกอฮอล์ ‘ในโรงเรียนได้ แต่ข้างวัดไม่ได้’
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อ “ลุงโทนี” หรือ “นายเจริญศักดิ์ โพธิ์ศรีชัย” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เดินทางเข้ายังสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่เพชรบูรณ์ พร้อมสวมแผ่นป้ายข้อความตั้งคำถามต่อกฎหมายการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะ “สองมาตรฐาน”
โดยข้อความบนป้ายระบุชัดว่า“กฎหมายห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์ในสถานที่ราชการ วัด โรงเรียน และพื้นที่ใกล้เคียง แต่เหตุใดพื้นที่ข้างวัดห่างเพียง 100 เมตรขายไม่ได้ ขณะที่ในโรงเรียนกลับมีการจำหน่ายได้?”
พร้อมตั้งข้อสงสัยคำว่า “ต่อเนื่อง” และ “ติดกับ” ในข้อกฎหมาย ว่ามีการตีความอย่างไร
ประเด็นดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 “ลุงโทนี” จัดงานคอนเสิร์ต “ไปหาหมอ เฟสติวัล” แต่ไม่สามารถขออนุญาตจำหน่ายแอลกอฮอล์ได้ เนื่องจากสรรพสามิตอ้างว่า สถานที่จัดงานอยู่ห่างจากวัดเพียงประมาณ 100 เมตร เข้าข่ายผิดกฎหมาย แต่ต่อมาในคืนวันที่ 6 เมษายน 2569 เจ้าตัวได้ไลฟ์สดแฉเหตุการณ์ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอหล่มสัก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 พบว่ามีการจัดคอนเสิร์ตและตั้งซุ้มจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเปิดเผยภายในสถานศึกษา สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล ทั้งนี้การเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่สรรพสามิตครั้งนี้ “ลุงโทนี” ได้พยายามไลฟ์สดขณะเข้าพบหัวหน้าหน่วยงาน แต่ถูกขอความร่วมมือไม่ให้ถ่ายทอดสด และอนุญาตให้เข้าพบเพื่อรับฟังคำชี้แจงเพียงลำพัง
โดยคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า
“ไม่ทราบว่ามีการจำหน่ายแอลกอฮอล์ภายในโรงเรียน และไม่ได้มีการอนุญาต ผู้จัดงานเป็นผู้จำหน่ายเอง”
อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงดังกล่าวยิ่งสร้างข้อสงสัย เมื่อ “ลุงโทนี” โต้กลับว่า
ในงานของตน เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ แต่กรณีโรงเรียนกลับเข้าตรวจสอบหลังเที่ยงคืน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กฎหมายห้ามจำหน่ายอยู่แล้ว ทำให้ไม่สามารถจับกุมหรือดำเนินการกับการขายที่เกิดขึ้นก่อนหน้าได้ทัน ทั้งนี้อินฟลูเอนเซอร์คนดังยังระบุว่า ตนรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม และเตรียมเดินหน้าร้องเรียนต่อสำนักงานสรรพสามิตภาค 6 รวมถึงเตรียมเข้าแจ้งความที่ สภ.หล่มสัก เพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมย้ำจุดยืนว่า
“ผมไม่ได้สร้างความแตกแยก แต่ต้องการความยุติธรรม และความชัดเจนของกฎหมาย ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ วันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น?”
สังคมจับตา กฎหมายต้องชัด หรือมาตรฐานต้องเท่ากัน เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเป็นข้อพิพาทระหว่างบุคคลกับหน่วยงานรัฐ แต่ยังสะท้อนคำถามสำคัญต่อการบังคับใช้กฎหมายในสังคมไทย ว่ามีความเท่าเทียม โปร่งใส และตรวจสอบได้หรือไม่ ขณะที่ชาวโซเชียลยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน เพื่อคลายข้อสงสัย และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบกฎหมายในพื้นที่ต่อไป.
ชุลีพร ตาลสุข ข่าวภาค4 เพชรบูรณ์










