ชาวบ้านวังโบสถ์ร้องสื่อ ถูก อบต.–ที่ดิน รังวัดออก “นสล.” ทับโฉนดครุฑแดง หวั่นสูญสิทธิ์ในที่ดิน

เพชรบูรณ์ – ชาวบ้านตำบลวังโบสถ์ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ขอความเป็นธรรม หลังถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลวังโบสถ์ (อบต.) ลงพื้นที่รังวัดเพื่อออกหนังสือสำรวจการใช้ประโยชน์ที่ดิน (นสล.) โดยมีการกำหนดแนวเขตทับซ้อนเข้าไปในที่ดินซึ่งถือครองโฉนดครุฑแดงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สร้างความหวาดวิตกว่าจะถูกกระทบสิทธิ์และอาจนำไปสู่การสูญเสียที่ดินในอนาคต

ผู้ร้องเรียนประกอบด้วย นางหวาย เหล่าอัน อายุ 69 ปี เจ้าของโฉนดที่ดินเลขที่ 33577 ระวาง 5241/2874 เลขที่ดิน 270 เนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 47 ตารางวา และโฉนดเลขที่ 16005 ระวางเดียวกัน เลขที่ดิน 40 เนื้อที่ 13 ไร่ 2 งาน 60 ตารางวา ซึ่งได้รับมรดกตกทอดจากมารดาและถือครองต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 รวมถึง นางสวิน ทัดโกสุม อายุ 73 ปี เจ้าของโฉนดที่ดินเลขที่ 33576 ระวาง 5241/2874 เลขที่ดิน 269 ซึ่งได้รับโฉนดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540

ทั้งสองรายเปิดเผยว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ อบต.วังโบสถ์ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน ลงพื้นที่รังวัดเพื่อจัดทำ นสล. ได้มีการนำชี้และปักหมุดแนวเขตล้ำเข้ามาในพื้นที่โฉนดครุฑแดงของตนอย่างชัดเจน แม้เจ้าของที่ดินจะคัดค้านและยืนยันว่าแนวเขตดังกล่าวไม่ตรงกับแนวเขตเดิมตามเอกสารและแผนที่ของหน่วยงานรัฐที่เคยอ้างอิงมาก่อน แต่เจ้าหน้าที่กลับยังคงดำเนินการรังวัดและปักหมุดโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ถือครองโฉนด

นางหวาย ระบุว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวครอบครัวได้ครอบครองและทำประโยชน์ต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายสิบปี โดยโฉนดที่ดินออกโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนการดำเนินการจัดทำ นสล. ของ อบต. มาอย่างยาวนาน เช่นเดียวกับที่ดินของนางสวินที่มีเอกสารสิทธิ์ชัดเจน แต่กลับต้องเผชิญกับการรังวัดที่ทำให้แนวเขตรัฐทับซ้อนเข้ามาในพื้นที่เอกชน สร้างความไม่สบายใจและความหวาดกลัวว่าจะถูกลดทอนสิทธิ์ในที่ดินของตนเอง

ทั้งนี้ ก่อนเจ้าหน้าที่จะเดินทางกลับ ได้แจ้งกับผู้ร้องว่า ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ จะลงพื้นที่อีกครั้งเพื่อพบกับผู้ร้องทั้งสองราย เพื่อสรุปแนวเขตและแจ้งผลการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องระบุว่า ยิ่งทำให้เกิดความกังวลเพิ่มขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาได้พยายามร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงาน แต่ยังไม่เคยได้รับคำชี้แจงหรือแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน จึงตัดสินใจร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนเพื่อให้สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ

กรณีดังกล่าวสะท้อนข้อกังวลอย่างร้ายแรงต่อ ความรอบคอบ ความโปร่งใส และความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการรังวัดเพื่อออก นสล. โดยเฉพาะในกรณีที่มีการรังวัดทับซ้อนกับที่ดินซึ่งมีโฉนดครุฑแดงออกมาก่อนแล้ว อันอาจนำไปสู่ข้อพิพาทด้านสิทธิในที่ดิน และบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานของภาครัฐในระยะยาว

ผู้ร้องจึงเรียกร้องให้ กรมที่ดิน หน่วยงานตรวจสอบอิสระ และผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน พร้อมขอให้ ชะลอการออก นสล. ในพื้นที่พิพาทไว้ก่อน จนกว่าจะมีการตรวจสอบแนวเขตอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และยึดถือเอกสารสิทธิ์ของประชาชนเป็นหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายที่ยากจะแก้ไขในอนาคต