ศึกเดือดเพชรบูรณ์ เขต 2สามเส้าอำนาจ “อดีตแชมป์–ผู้ท้าชิงข้ามเขต–เพื่อไทยตัวแปรสำคัญ” เดิมพันเกมกวาด ส.ส.ยกจังหวัด

เพชรบูรณ์ – สนามเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จังหวัดเพชรบูรณ์ เดินหน้าเข้าสู่โค้งสุดท้ายอย่างดุเดือด เมื่อศึกการเมืองกลายเป็น การปะทะกันของสามขั้วอำนาจ ระหว่าง “อดีตแชมป์เจ้าถิ่น” พรรคกล้าธรรม “ผู้ท้าชิงข้ามเขต” พรรคภูมิใจไทย และ พรรคเพื่อไทยที่ขยับขึ้นเป็นตัวแปรสำคัญของสมรภูมินี้

ฝั่ง นายจักรัตน์ พั้วช่วย ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พรรคกล้าธรรม เบอร์ 5 อดีต ส.ส. 4 สมัย เปิดเกมสู้เต็มกำลัง อาศัยฐานเสียงเก่าและผลงานในอดีตเป็นหัวใจหลัก เดินสายพบประชาชนอย่างต่อเนื่อง หวังทวงคืนเก้าอี้เดิมในพื้นที่ที่เคยครองอำนาจมาอย่างยาวนาน

ขณะที่ นายยุพราช บัวอินทร์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 4 ในฐานะผู้ท้าชิงข้ามเขต เร่งเครื่องเต็มสูบ ชูวาทกรรม “เปลี่ยนเพื่ออนาคต” พร้อมระดมเครือข่ายการเมืองท้องถิ่นระดับหัวกะทิ ขึ้นเวทีปราศรัยถี่ยิบ โดยเฉพาะการได้รับแรงหนุนจาก นายอัครเดช ทองใจสด นายก อบจ.เพชรบูรณ์ และกลุ่ม ส.อบจ.จำนวนมาก ทำให้กระแสภูมิใจไทยในเขต 2 พุ่งแรง จนถูกจับตาในฐานะผู้ท้าชิงตัวจริง

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางศึกสองขั้วที่กำลังแข่งขันกันอย่างเข้มข้น พรรคเพื่อไทยกลับขยับขึ้นมาเป็น “ตัวแปรสำคัญ” ของสนามนี้ เมื่อส่ง นายธนะโรจน์ อัครกิจชัยนนท์ หรือ “พงษ์เพชร” ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 เบอร์ 6 ลงสนาม พร้อมเดินหน้าหาเสียงเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอหล่มสัก ทั้งตลาดหล่มสัก ตลาดสักงอย และชุมชนสำคัญ พบปะประชาชนอย่างใกล้ชิด รับฟังปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ หนี้สิน และรายได้ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและการตอบรับจากพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่

นายธนะโรจน์ ย้ำชัด การลงสมัครครั้งนี้คือความตั้งใจจริงในการเข้ามาทำงานรับใช้ประชาชน พร้อมนำประสบการณ์จากภาคธุรกิจมาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจระดับครัวเรือน โดยยืนอยู่บนพรรคการเมืองที่มีนโยบายชัดเจนและผลงานเป็นรูปธรรม พร้อมชูนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย อาทิ การปลดหนี้ประชาชนฐานราก การประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ค่าไฟไม่เกิน 3.70 บาท รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รถเมล์แอร์ 10 บาท หวยเกษียณ และโครงการบ้านเพื่อคนไทย

ในเชิงการเมือง สนามเขต 2 จึงไม่ใช่เพียงการวัดพลังของผู้สมัครรายบุคคล หากแต่เป็น สมรภูมิชี้ชะตาเกมยกจังหวัด โดยพรรคภูมิใจไทยต้องการกวาด ส.ส.ทั้งจังหวัดภายใต้การนำของ “สันติ พร้อมพัฒน์ – อัครเดช ทองใจสด” ขณะที่พรรคกล้าธรรมหวังยึดฐานเดิมคืนให้ได้

ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยกวาด ส.ส.เพชรบูรณ์ทั้งจังหวัดมาแล้วในอดีต กำลังทวงคืนพื้นที่ผ่านผู้สมัครหน้าใหม่ที่ลงพื้นที่จริง สื่อสารตรงถึงประชาชน และชูจุดแข็ง “พรรคเดียวที่ทำได้จริง” จนเริ่มถูกจับตาว่าอาจเป็นผู้พลิกเกม และแบ่งคะแนนสำคัญในเขต 2 ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ศึกเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ จึงไม่ใช่เพียงการเลือก ส.ส.เขตเดียว แต่คือ บทพิสูจน์ศรัทธาของประชาชนเพชรบูรณ์ เขต 2 ว่าจะเลือก “อดีตแชมป์” “ผู้ท้าชิงข้ามเขต” หรือ ทางเลือกที่สามอย่างพรรคเพื่อไทย ซึ่งกำลังเร่งเครื่องเต็มกำลังในช่วงโค้งสุดท้ายของสมรภูมิการเมืองที่ร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์